เทมเป้
royal1688 ขั้นตอนการทำเทมเป้ เริ่มจากนำ ถั่วเหลือง เมล็ดสมบูรณ์ มาแช่น้ำประมาณ 16-18 ชั่วโมง เพื่อให้ดูดน้ำเต็มที่ จากนั้นก็เอาลอกเปลือกออก แล้วนำไปต้ม หรือนึ่ง(steaming) ให้สุก ทิ้งไว้ให้เย็นลง จนมีอุณหภูมิประมาณ 30-35 องศาเซลเซียส แล้วใส่หัวเชื้อ (starter) ซึ่งเป็นสปอร์ของ Rhizopus oligosporus คลุกให้ทั่วถึง ห่อด้วยใบตองหรือถุงพลาสติก เจาะรู (เพื่อให้อากาศเข้าได้ เพราะเชื้อราต้องการออกซิเจน) นำไปบ่มที่อุณหภูมิประมาณ 30-32 องศาเซลเซียส ประมาณ 2 วันจะมีเส้นใยสีขาว ของเชื้อราขึ้นปกคลุมหลายๆท่านอาจจะเคยรับประทาน "เทมเป้(Tempah)" กันมาบ้าง เทมเป้สดที่ยังไม่ผ่านกรรมวิธีการปรุงเป็นอาหารนั้นจะมีกลิ่นคล้ายเห็ด สำหรับบางคนอาจจะว่าออกหืนๆ นิดหน่อย (บรรยายยากจริงๆค่ะ) แต่ว่าไม่เหม็นค่ะ ลักษณะจะเป็นก้อนคล้ายๆเค้ก หรือเต้าหู้เนื่องจากเส้นใยของเชื้อราจะพันเอาถั่วไว้ด้วยกันทำให้เราสามารถหยิบขึ้นมาเป็นก้อนๆได้การนำไปรับประทานนั้นสามารถนำไปปรุงอาหารได้หลายแบบ แต่ที่แสนรักเคยทำนั้นก็คือหั่นเป็นชิ้นๆ แล้วนำไปทอดแบบน้ำมันท่วมๆ (deep-fried in oil) แล้วเอามาโรยเกลือ หรือใส่เนยนิดหน่อย หอมอร่อยอย่าบอกใครค่ะ ข้างนอกจะกรุบๆ แต่ข้างในจะนุ่มๆหน่อย เค็มๆ มันๆ ค่ะ (ว่าแล้วชักอยากหม่ำอีกแฮะ) หรือวิธีเดิมเขาก็จะเอาเทมเป้ที่หั่นแล้วไปชุบน้ำเกลือแล้วทอดก็ได้ค่ะ นอกจากนี้แสนรักยังไปหาเมนูน่ารับประทานมาฝากเผื่อว่าใครสนใจจะลองชิมเทมเป้ดูบ้าง อาจจะติดใจเหมือนแสนรักก็ได้การบ่มเทมเป้ ควรทำที่อุณหภูมิห้อง ประมาณ 30-35 องศาเซลเชียส เพราะเป็นอุณหภูมิที่เชื้อราสามารถเจริญเติบโตใช้เวลาในการบ่ม 24-48 ชั่วโมง ควรยุติการบ่มเมื่อเส้นใยสีขาวของราเจริญยึดเมล็ดถั่วติดกันเป็นก้อนอย่างแน่นหนาดีแล้ว ไม่ควรปล่อยให้เชื้อราเจริญมากกว่านี้เพราะการบ่มที่นานเกินควรจะทำให้มีกลิ่นเหม็นของแอมโมเนียเกิดขึ้นการบริโภคเทมเป้ สามารถทำได้หลากหลายรูปแบบ โดยอาจรับประทานสดหรือทอด เทมเป้สดหรือเทมเป้ทอดสามารถนำไปประกอบอาหารต่างๆ แทนเนื้อสัตว์ หรือเต้าหู้ เช่น ใส่ในข้าวผัด ผัดกับผัก ใส่ในแกงชนิดต่างๆ เช่น แกงเผ็ด พะโล้ ผัดกะเพรา ปัจจุบันการบริโภคเทมเป้แพร่หลายไปยังประเทศต่างๆ เช่น มาเลเซีย เนเธอร์แลนด์ แคนาดา หมู่เกาะอินเดียตะวันตก และสหรัฐอเมริกาroyal1688
