ถั่วพู
m3casino ถั่วพูนำมาทำผลิตภัณฑ์อาหารได้ดีเหมือนถั่วเหลืองและดูเหมือนว่าจะได้เปรียบกว่าตรงรสชาติที่ไม่มีกลิ่นเต้าหู้ถั่วพูน่าจะดีพอๆ หรือดีกว่าถั่วเหลืองด้วยซ้ำแต่ไม่ค่อยได้รับการโปรโมทเนื่องจากถั่วเหลืองเป็นอุตสาหกรรมเกษตรของสหรัฐอเมริกาจึงทุ่มงบวิจัยและโปรโมทมาก แต่บ้านเมืองไทยปลูกถั่วเหลืองได้น้อยจึงต้องนำเข้ามาก ถ้านักวิชาการไทยมาช่วยกันศึกษาและส่งเสริมเกษตรไทยปลูกถั่วพูมากๆ เชื่อว่าถั่วพูสามารถแปรรูปได้มากมายและโดนใจแน่นอนสำหรับการใช้หัวถั่วพูปอกเอาเปลือกออก ประมาณ ๑ กำมือ ต้มน้ำเดือดเติมน้ำตาลทรายแดงเล็กน้อย ต้มเคี่ยว ๓๐ นาที ให้ถั่วพูสุก จะกินแต่น้ำหรือกินทั้งน้ำและเนื้อก็ได้รสอร่อย หรือทำเป็นชาชง หลังจากฟื้นไข้ หลังทำงานหนัก หรือเวลาอ่อนเพลีย นำหัวถั่วพูสับตากแดดให้แห้งสัก ๒ วัน นำมาคั่วพอเหลืองๆ ชงน้ำร้อนกินต่างน้ำอาการอ่อนเพลียจะค่อยๆ หายไป คนโบราณว่ายานี้ถือเป็นยาบำรุงกำลังดีนักการกินถั่วพูก็ยังมีกากใยอาหารมากทำให้ระบบขับถ่ายของเราเป็นไปอย่างปกติ ท้องไม่ผูก นอกจากนั้นแล้วหัวของถั่วพูก็สามารถนำไปตากแห้งแล้วคั่วไฟให้เหลืองนำมาชงเป็นน้ำดื่มชูกำลังสำหรับคนป่วยหรืออ่อนเพลียง่ายได้อีกด้วยคุณค่าทางอาหารของถั่วพูถั่วพู 100 กรัม ให้พลังงาน 19 กิโลแคลอรี ประกอบด้วย น้ำ 93.8 กรัม คาร์โบไฮเดรต 2.4 กรัม โปรตีน 2.1 กรัม ไขมัน 0.1 กรัม เส้นใย 1.2 กรัม แคลเซียม 5 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 43 มิลลิกรัม เหล็ก 0.5 มิลลิกรัม ไนอะซิน 0.8 มิลลิกรัม วิตามินบี1 0.35 มิลลิกรัม วิตามินบี2 0.14 มิลลิกรัม วิตามินซี 32 มิลลิกรัมสรรพคุณของถั่วพูหัวใช้บำรุงร่างกาย แก้อ่อนเพลีย แก้ร้อนใน กระหายน้ำ แก้ไข้กาฬ ราก แก้โรคลมพิษกำเริบ ดีฟุ่ง ทำให้คลั่งเพ้อ ปวดท้อง ถั่วพูใช้รักษาสิวและโรคผิวหนังบางชนิดตำรายาโบราณว่า ให้นำเมล็ดถั่วพลูมาต้มโดยคัดเอาเฉพาะเมล็ดแก่สีน้ำตาลเข้มจะรับประทานเมล็ดที่ต้มสุกเลยก็ได้ หรือนำเมล็ดที่ต้มสุกมาบดให้ละเอียดผสมน้ำสุกดื่มก่อนอาหาร 3 เวลา จะช่วยให้สุขภาพแข็งแรงเพิ่มกำลังวังชาการเจริญเติบโต ของฝักแบ่งออกเป็น 2 ระยะ ระยะแรก ซึ่งกินเวลาประมาณ 20 วัน ฝักจะโตถึงขนาดใหญ่ที่สุด ระยะที่สองซึ่งใช้เวลาประมาณ 44 วัน เมล็ดจะแก่ ฝักจะแห้งเหี่ยวลงถั่วพูเป็นพืชที่มีระบบการสร้างปมรากที่กว้างขวางมาก ที่สุดในบรรดาพืชตระกูลถั่วทั้งหลาย ต้นหนึ่ง ๆ อาจมีปมมากถึง 440 ปม.และแต่ละปมก็จะมีขนาดใหญ่ผิดปกติ ปมใหญ่ ๆ ปมหนึ่งจะมีน้ำหนักสดถึง 0.6 กรัม เส้นผ่าศูนย์กลางถึง 1.2 ซ.ม. การเกิดปมเกิดโดยธรรมชาติโดยไม่จำเป็นต้องเพาะเชื้อไรโซเบียม ทั้งนี้เพราะดินทั่วไปมีเชื้อไรโซเบียมที่จัดอยู่ในกลุ่มถั่วกระด้างอยู่มาก ตามธรรมชาติอยู่แล้วm3casino
